ลดน้ำหนักไม่ออกกำลังกาย

ลดน้ำหนักไม่ออกกำลังกาย

ลดน้ำหนักไม่ออกกำลังกาย อยากผอม อยากตัวเบา แต่ไม่อยาก ออกกำลังกายอ่ะ! ความไม่ชอบออกกำลังกาย เป็นอุปสรรค ยิ่งใหญ่ของสาวๆ ที่อยากลดน้ำหนัก น้ำหนักก็อยากลด แต่ไม่อยากเหนื่อย เบื่อกับการออกกำลังกาย เมื่อล้าสารพัดจะเป็นไปได้ไหม ถ้าจะลดน้ำหนักโดยไม่ต้องออกกำลังกาย ขอคุมอาหารเฉยๆ แล้วถ้าทำได้ จะส่งผลอะไรต่อร่างกาย โดยเฉพาะสุขภาพในภายภาคหน้าหรือ เปล่านะ

ลดน้ำหนักแต่ไม่อยากออกกำลังกาย

พื้นฐานสำคัญ แห่งการลดน้ำหนัก แบบถูกวิธี คือ การลดจำนวน ไขมันในร่างกายลง และรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ได้ มีสุขภาพที่ แข็งแรง และ ควบคุมพลังงาน ที่ได้รับจากอาหารควรน้อยกว่าพลังงาน ที่ใช้ไปในแต่ละวัน เหล่านี้ถือเป็นวิถีแห่งการลดน้ำหนัก อย่างถูกต้อง หากถามว่า สามารถ ลดน้ำหนัก โดยไม่ต้องออกกำลังกายได้ หรือ ไม่ คำตอบคือ ได้ แต่ไม่เสมอไป

เนื่องจาก ความอ้วนเกิดจากหลาย สาเหตุร่วมกัน เช่น พฤติกรรม การรับประทานอาหาร ที่เกินพอดี ขาดการออกกำลังกาย หรือมีกิจกรรมทางกายน้อย รวมถึง ปัญหาทางด้านพันธุกรรม หรือมีระดับ ฮอร์โมน บางชนิดผิดปกติ ก็อาจทำให้การ ลดน้ำหนัก เป็นไปได้ยากขึ้น ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า ปัจจัยในการลดน้ำหนัก ที่สามารถกำหนดเองได้นั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ การออกกำลังกายและ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรับประทาน

ดังนั้น หากเรายังไม่สามารถออกกำลังกาย ได้ตามที่ต้องการ สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การลดปริมาณการ รับประทาน ให้น้อยลง
หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรับประทาน ใหม่นั่นเอง

พฤติกรรมที่ใช่ สำหรับคนอยากลดน้ำหนัก

  1. ลดอาหาร ไขมันสูง ประเภทต่างๆ เช่น ของทอด ของมัน หรืออาหารจานเดียว ที่มีการใช้น้ำมันประกอบ อาหาร ในประมาณมาก เช่น ข้าวผัด ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว หรือแม้กระทั่งไข่ดาว ไข่เจียว ที่ให้พลังงานต่อฟองถึง 200-250 กิโลแคลอรี เมื่อเทียบกับไข่ต้ม ที่ให้พลังงานเพียง 75 กิโลแคลอรี
  2. ลดทาน ขนมเบเกอรี่ ทุกประเภท โดยเฉพาะจำพวก ทาร์ต พัฟ พาย ขนมปังใส่ไส้ และเค้ก เป็นต้น เนื่องจาก มีส่วนประกอบของไขมัน และ น้ำตาลในปริมาณมาก
  3. ลดพฤติกรรม รับประทานจุบจิบกินเล่นอื่นๆ เช่น ขนมถุงกรุบกรอบ และขนมหวานต่างๆ
  4. เลี่ยงการเติมน้ำตาล หรือ ปรุงรสชาติในอาหาร ที่มากเกินไป เช่น ใส่น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะลงในก๋วยเตี๋ยว
  5. ควบคุม ปริมาณการรับประทานอาหาร ในมื้อหลักไม่ให้มากเกินพอดี เช่น ไม่รับประทานข้าวมากกว่า 1 จานต่อมื้อ เป็นต้น
  6. รับประทานผัก ผลไม้ และ ธัญพืช ไม่ขัดสีให้มากขึ้น เพราะเป็นอาหาร ที่มีกากใยสูง ช่วยให้รู้สึกอิ่มไวขึ้น และ หิวช้าลง เนื่องจากการเคี้ยว อาหารที่นานขึ้น และ การรับประทานอาหาร เสร็จช้าลง ทำให้สมองรับรู้ว่าอิ่มแล้ว นอกจากนี้กากใย อาหารยังมีส่วนช่วยชะลอ
    การย่อยและดูดซึม สารอาหาร
  7. เลือกรับประทาน เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เนื่องจาก กระเพาะอาหาร ใช้เวลาย่อยเนื้อสัตว์ ถึง 3-4 ชั่วโมง และ การรับประทานเนื้อสัตว์ ในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยรักษาปริมาณกล้ามเนื้อในร่างกายขณะ ลดน้ำหนักไว้ได้
  8. งดอาหาร ที่ได้ชื่อว่า Empty Calories หรือ อาหารที่ให้พลังงาน แต่ไม่มีคุณค่าทางสารอาหารอื่นๆ เลย เช่น เครื่องดื่มรสหวานใส่สีต่างๆ เพราะโดยทั่วไปแล้ว อาจมีปริมาณน้ำตาลเทียบเท่า 9-12 ช้อนชาต่อขวดเลยทีเดียว
    จึงไม่น่าแปลกใจว่า เพราะเหตุใด ผู้ที่ยังดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้ จึงน้ำหนักลงยาก และทำให้เสี่ยงต่อการเป็น โรคเบาหวานอีกด้วย
  9. ลดหรืองดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์ 1 กรัม มีพลังงานถึง 7 กิโลแคลอรี ซึ่งมากกว่าน้ำตาลปริมาณ 1 กรัม ที่มีพลังงานอยู่ที่ 4 กิโลแคลอรีและเบียร์ 1 ขวด (ปริมาณ 700 ซีซี) ที่มีแอลกอฮอล์ 5 เปอร์เซ็นต์ จะมีพลังงานถึง 245 กิโลแคลอรีเลยทีเดียว ที่สำคัญคือการดื่มแอลกอฮอล์ยังทำให้เสี่ยงต่อภาวะตับแข็ง และมะเร็งตับได้เช่นกัน

นอกจากการลดปริมาณการรับประทานอาหาร และเลือกการรับประทานให้มากขึ้น ผู้ลดน้ำหนักควรฝึกรับประทานอาหารให้ตรงเวลา ไม่ข้ามมื้ออาหาร เพราะจะทำให้รู้สึกหิวมากขึ้นในมื้อต่อไป ปรับสภาพแวดล้อมรอบตัว เช่น ไม่กักตุนขนมทานเล่นไว้มมากเกินจำเป็น นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และควรทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ห่างจากความเครียดอยู่เสมอ

ผลข้างเคียงเสี่ยงโยโย่ไหม?

การลดน้ำหนักแบบไม่ออกกำลังกาย ย่อมมีความเสี่ยงที่มากกว่าการลดน้ำหนักแบบออกกำลังกายอยู่แล้ว อาทิเช่น
สูญเสียกล้ามเนื้อได้ง่าย
รูปร่างไม่เฟิร์ม ไม่แข็งแรงเท่ากับคนที่ออกกำลังกาย
อัตราการเผาผลาญ (Metabolic rate) ลดลง เนื่องจากการรับประทานอาหารที่ลดลง

ทั้งยังมีโอกาสกลับมามีน้ำหนักสูงขึ้นซ้ำเดิมได้อีกด้วย เพราะเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายจะปรับอัตราการเผาผลาญให้ลดลงตามปริมาณการทาน หากกลับมารับประทานอาหารในปริมาณปกติ ร่างกายจะได้รับพลังงานมากกว่าอัตราการเผาผลาญในขณะนั้น ทำให้กลับมาอ้วนใหม่ได้เร็วขึ้น แตกต่างกับผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย ที่ยังคงมีอัตราการเผาผลาญที่มาก ทำให้รักษาสภาวะน้ำหนักตัวที่ต้องการต่อไปได้ง่ายกว่า สำหรับปัญหาผิวหนังหย่อยยานจากการลดน้ำหนักนั้น การดื่มน้ำจะช่วยลดปัญหาผิวที่ไม่กระชับได้ ทั้งนี้การออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการลดปัญหาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การลดน้ำหนักโดยไม่ออกกำลังกาย เหมาะสมกับผู้ที่ค่อนข้างใช้แรงมากในกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว แต่หากไม่มีเวลาออกำลังกายจริงๆ อย่างน้อยควรเพิ่มการเคลื่อนไหวระหว่างวันให้มากขึ้น เช่น เดินไป-กลับที่ทำงาน ขึ้นบันไดแทนขึ้นลิฟท์ เป็นต้น แม้จะมีวิธีส่งเสริมการลดน้ำหนักฉบับไม่ออกกำลังกายค่อนข้างมาก แต่การออกกำลังกายยังเป็นตัวช่วยสำคัญที่ควรทำอยู่ดี เพราะนอกจากคุณจะผอมสวยสมใจแล้ว ยังแข็งแรงจากภายในและปลอดโรคภัยไข้เจ็บอีกด้วย อีกทั้งที่การคุมน้ำหนักยังเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีใครลดได้ในเวลาอันรวดเร็ว ความมุ่งมั่นตั้งใจจึงเป็นส่วนประกอบสำคัญ หาแรงบันดาลใจให้ได้ก่อนดีที่สุดค่ะ

ติดตามเรื่องราวใหม่ๆได้ที่: pgslotgame , live22

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*