แอปเปิ้ล ผลไม้ลดน้ำหนัก มีสรรพคุณทางยาจริงหรือไม่

แอปเปิ้ล ผลไม้ลดน้ำหนัก

แอปเปิ้ล นับเป็นผลไม้อีกชนิดที่ผู้คนทุกวัยนิยมรับประทานอย่างแพร่หลาย นอกจากจะนำมาแปรรูปได้หลากหลาย หารับประทานได้ง่าย รสชาติอร่อยแล้ว ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่เชื่อว่าดีต่อร่างกายหลายอย่าง ไม่ว่าจะช่วยดูแลอาการท้องร่วงหรือท้องผูก ลดขนาดก้อนนิ่ว ป้องกันโรคมะเร็ง หรืออุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงร่างกาย อีกทั้งยังปรากฏงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณของแอปเปิ้ลในการรักษาปัญหาสุขภาพหลายมุมมอง “SLOTXO” เพื่อพิสูจน์ว่าแอปเปิ้ลมีสรรพคุณตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่

apple มีสรรพคุณทางยาจริงหรือไม่

คุณประโยชน์เกี่ยวกับแอปเปิ้ล และ สตอเบอรี่ ได้รับการกล่าวอ้างหลายประการ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความเชื่อที่พูดต่อกันมา แต่ยังปรากฏงานวิจัยทางการแพทย์ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของแอปเปิ้ลอันส่งผลต่อสุขภาพหลายประเด็น โดยแต่ละประเด็นนั้นก็มีผลการทดลองที่แตกต่างกัน ดังนี้

apple ป้องกันปัญหาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

โรคหัวใจและหลอดเลือดเกี่ยวเนื่องกับภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว เนื่องจากเกิดการสะสมคราบพลัคตามผนังหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดตีบและเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายลดลงหรือหยุดการไหลเวียนของโลหิตในกรณีที่เกิดลิ่มเลือด โดยเหตุดังกล่าวอาจก่อให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดสมองตีบตัน การรับประทานแอปเปิ้ลอาจช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากแอปเปิ้ลมีสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของหลอดเลือดและลดความดันโลหิต คือสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีชนิดหนึ่ง พบได้ในพืชและผลไม้หลายอย่าง เช่น ชาเขียว เบอร์รี่ คะน้าฝรั่งหรือผักเคล หัวหอม รวมทั้งแอปเปิ้ล โดยสารฟลาโวนอยด์ที่พบในแอปเปิ้ลนั้นเป็นฟลาโวนอยด์ชนิดเควอซิทิน (Quercetin“JOKER”) ที่อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหอบ มะเร็งบางชนิด และโรคหลอดเลือดหัวใจ

แอปเปิ้ล

ข้อสันนิษฐานนี้ได้รับการพิสูจน์จากการทดลองคุณสมบัติของฟลาโวนอยด์ในแอปเปิ้ลกับไนเตรทในผักปวยเล้ง เพื่อดูว่าสารอาหารทั้ง 2 อย่าง ส่งผลต่อระดับไนตริกออกไซด์อันช่วยบำรุงหลอดเลือดสำหรับผู้ที่มีสุขภาพดีหรือไม่ พบว่าฟลาโวนอยด์และไนเตรทที่ได้จากการรับประทานแอปเปิ้ลหรือผักปวยเล้งนั้นเพิ่มระดับไนตริกออกไซด์ในร่างกายได้เป็นอย่างดี เสริมสร้างการทำงานของหลอดเลือด และระดับความดันโลหิตลดลง ซึ่งอาจส่งผลดีต่อสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจ ทั้งนี้ ผลการทดลองยังสอดคล้องกับงานทบทวนวิจัยที่ศึกษาประเด็นนี้ โดยพบว่าประสิทธิภาพของฟลาโวนอยด์ในแอปเปิ้ล โกโก้ และชา ช่วยบำรุงการทำงานของหลอดเลือดและลดความดันโลหิต อย่างไรก็ตาม ยังต้องศึกษาปริมาณสารฟลาโวนอยด์ที่ส่งผลให้ร่างกายได้รับประโยชน์ดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มเติม

แม้งานวิจัยหลายชิ้นจะแสดงว่าฟลาโวนอยด์ในแอปเปิ้ลมีฤทธิ์บำรุงหลอดเลือดและลดความดันโลหิตหรือไขมันไม่ดีในร่างกาย อันช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่งานวิจัยบางชิ้นกลับแสดงผลตรงกันข้าม งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ได้ศึกษาความเกี่ยวข้องของการบริโภคเคทาชินกับการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง โดยรวบรวมข้อมูลจากผู้ชายอายุ 65-84 จำนวน 806 ราย ตั้งแต่ปี 1985 และทำการศึกษาต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี พบว่าสารเคทาชินที่ได้จากการบริโภคแอปเปิ้ล ชาดำ หรือช็อกโกแลต อาจลดความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคหัวใจขาดเลือด แต่ไม่ได้ส่งผลต่อโรคหลอดเลือดสมอง

พฤติกรรมการกิน แอปเปิ้ล

ทั้งนี้ การได้รับเคทาชินจากแหล่งอาหารที่ต่างชนิดกัน ก็อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดได้ โดยงานวิจัยอีกชิ้นที่ทำการศึกษาการบริโภคสารดังกล่าวกับอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจในกลุ่มสตรีวัยทอง พบว่าการได้รับสารเคทาชินจากแอปเปิ้ลและไวน์เกี่ยวเนื่องกับอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ในขณะที่สารเคทาชินในชาเขียวไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการเสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าว ความเชื่อเกี่ยวกับสารฟลาโวนอยด์อาจต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย กล่าวคือ คุณประโยชน์ในการป้องกันปัญหาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดนั้นอาจขึ้นอยู่กับแหล่งอาหารที่ได้รับฟลาโวนอยด์ พฤติกรรมการกิน หรือ ”LIVE22 ” ลักษณะการใช้ชีวิต

นอกจากนี้ กากใยหรือไฟเบอร์ของแอปเปิ้ลอาจเสริมสร้างสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจได้มากขึ้น ดังปรากฏในงานวิจัยชิ้นหนึ่งได้ให้ผู้เข้าร่วมการทดลองจำนวน 23 ราย รับประทานแอปเปิ้ลแบบต่าง ๆ ได้แก่ แอปเปิ้ลเต็มผล กากแอปเปิ้ล น้ำแอปเปิ้ลใส และน้ำแอปเปิ้ลเข้มข้น โดยต้องบริโภคแอปเปิ้ลแต่ละรูปแบบวันละ 5 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าผู้ที่บริโภคแอปเปิ้ลทั้งผล กากแอปเปิ้ล หรือน้ำแอปเปิ้ลเข้มข้น มีระดับความเข้มข้นของไขมันไม่ดีลดลง โดยกากแอปเปิ้ลลดความเข้มข้นของไขมันไม่ดีมากถึงร้อยละ 7.9 ต่างจากผู้ที่ดื่มน้ำแอปเปิ้ลแบบใสที่มีระดับความเข้มข้นของไขมันไม่ดีเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 เมื่อเทียบกับผู้ที่รับประทานแอปเปิ้ลทั้งผลหรือกากแอปเปิ้ล อาจกล่าวได้ว่าไฟเบอร์ที่ได้รับจากการรับประทานแอปเปิ้ลเต็มผล กากแอปเปิ้ล หรือน้ำแอปเปิ้ลที่มีตะกอนนั้นช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าจะรับประทานแอปเปิ้ลรูปแบบใด ก็ไม่ได้ส่งผลต่อระดับไขมันดี น้ำหนักตัว สัดส่วนระหว่างเอวและสะโพก หรือความดันโลหิต

แอปเปิ้ล ต้านอนุมูลอิสระ

หากร่างกายได้รับสารอนุมูลอิสระเข้าไป อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ได้ ผู้ที่ได้รับสารอนุมูลอิสระปริมาณมากอาจทำให้เซลล์ภายในร่างกายถูกทำลาย โดยเชื่อว่าเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอันเกิดจากความเสื่อมตามอายุบางโรค ทั้งนี้ สารอนุมูลอิสระในร่างกายจะเพิ่มขึ้นตามอายุ อันนำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ และเซลล์ถูกทำลาย แอปเปิ้ลมีโพลีฟีนอล ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและบำรุงสุขภาพ หลายคนเชื่อว่าโพลีฟีนอลช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น ควบคุมน้ำหนัก หรือดูแลอาการป่วยโรคเบาหวานและระบบประสาท โดยเฉพาะเปลือกแอปเปิ้ลที่อุดมไปด้วยโพลีฟีนอลซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระ งานวิจัยชิ้นหนึ่งได้เปรียบเทียบคุณค่าของสารต้านอนุมูลอิสระจากส่วนต่าง ๆ ของแอปเปิ้ล ประกอบด้วย เปลือก เนื้อแอปเปิ้ล และเนื้อรวมเปลือกแอปเปิ้ล ของแอปเปิ้ล 4 ชนิด ได้แก่ Rome Beauty, Idared, Cortland, ”PGSLOT“ และ Golden Deliciouse พบว่าเปลือกแอปเปิ้ลทั้ง 4 ชนิดอุดมไปด้วยสารฟีนอลและฟลาโวนอยด์มากที่สุด และมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าเนื้อแอปเปิ้ล อีกทั้งช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งตับไม่ให้เจริญได้มากเมื่อเทียบกับส่วนประกอบอื่นของผลแอปเปิ้ล

อย่างไรก็ดี ผู้ที่ต้องการรับประทานแอปเปิ้ลเพื่อเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ไม่ว่าจะช่วยลดคอเลสเตอรอลหรือป้องกันมะเร็งนั้น ไม่ควรหวังพึ่งประโยชน์จากการรับประทานแอปเปิ้ลเพียงอย่างเดียว แต่ควรสร้างสุขลักษณะที่ดีในการดำเนินชีวิตควบคู่กับการเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ในกรณีที่ประสบปัญหาสุขภาพ เนื่องจากการทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้แอปเปิ้ลเป็นสารป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าแอปเปิ้ลมีสารอาหารที่ช่วยเรื่องดังกล่าวจริง แต่ต้องค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อเจาะจงว่าสารอาหารจากธรรมชาติตัวใดที่ป้องกันเซลล์มะเร็ง รวมทั้งระบุระยะเวลาและปริมาณการบริโภคที่ช่วยให้ได้รับสรรพคุณทางยาจริง ทั้งนี้ ยังไม่มีงานวิจัยประเด็นดังกล่าวที่เกี่ยวกับคนมากนัก โดยผลการทบทวนงานวิจัยอีกชิ้นแสดงให้เห็นว่าสารอาหารหรือสารสกัดแอปเปิ้ลมีฤทธิ์ป้องกันมะเร็งและต้านอนุมูลอิสระสำหรับการวิจัยในหลอดทดลอง และผลิตภัณฑ์จากแอปเปิ้ลช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนัง เต้านม หรือลำไส้ในการทดลองกับสัตว์ จึงไม่อาจชี้ชัดได้ว่าการรับประทานแอปเปิ้ลจะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพดังกล่าวในคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รักษาความดันโลหิต

สารฟลาโวนอยด์ในแอปเปิ้ลส่งผลดีต่อความดันโลหิต ระดับไขมันในเลือด ฮอร์โมนเลปติน ภาวะอ้วน และอาการอักเสบในร่างกาย งานวิจัยหนึ่งได้ทำการทดลองเกี่ยวกับประสิทธิภาพการรักษาความดันโลหิตด้วยยาควบคู่กับการรับประทานอาหารฟลาโวนอยด์สูงที่มีต่ออาการป่วย โดยให้ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงอายุ 20-55 ปี จำนวน 79 ราย แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่กินยาแคปโตพริล กลุ่มที่กินยาแคปโตพริลร่วมกับฟลาโวนอยด์ กลุ่มที่กินยาเทลมิซาร์เทน และกลุ่มที่กินเทลมิซาร์เทนร่วมกับฟลาโวนอยด์ เป็นเวลา 6 เดือน พบว่ากลุ่มที่รับประทานยาร่วมกับอาหารสารฟลาโวนอยด์สูงจากแอปเปิ้ลแดงอบแห้ง ดาร์คช็อกโกแลต และชาเขียวมีระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ลดลงร้อยละ 30.6 เมื่อเทียบกับผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยยาความดันโลหิตสูงเพียงอย่างเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น เปลือกแอปเปิ้ลยังอุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ยับยั้งการบีบตัวของหลอดเลือดในร่างกาย อันเป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูง งานวิจัยที่ผ่านมาได้ศึกษาประเด็นดังกล่าว โดยนำสารสกัดฟลาโวนอยด์จากแอปเปิ้ลมาทดสอบกับเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือดมนุษย์ในหลอดทดลอง พบว่าสารฟลาโวนอยด์มีฤทธิ์ต้านกระบวนการที่ก่อให้เกิดการบีบตัวของหลอดเลือด ช่วยควบคุมความดันโลหิต อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้จำเป็นต้องทำการศึกษากับสัตว์หรือคนเพิ่มเติมต่อไป

แม้จะปรากฏงานวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของผักผลไม้ที่ช่วยลดความดันโลหิต แต่ผลวิจัยเหล่านั้นก็ได้จากการทดลองระยะสั้น และมีงานวิจัยที่ศึกษาประเด็นดังกล่าวในระยะยาวไม่มากนัก ผู้ที่ต้องการได้รับประโยชน์ของแอปเปิ้ลสำหรับดูแลปัญหาสุขภาพ จึงควรรับประทานแอปเปิ้ลแต่พอดี เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ช่วยรักษาปัญหาสุขภาพดังกล่าวในระยะเวลาและปริมาณที่เหมาะสม

เสริมสร้างระบบประสาท

พาร์กินสันคือปัญหาสุขภาพเกี่ยวเนื่องกับระบบประสาทที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยอาจเริ่มมือสั่นและเกิดอาการมากขึ้น รวมทั้งเกิดอาการข้อติดแข็งหรือเคลื่อนไหวได้ช้าร่วมด้วย งานวิจัยชิ้นหนึ่งต้องการพิสูจน์ว่าการบริโภคอาหารฟลาโวนอยด์สูงจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคดังกล่าวได้หรือไม่ โดยให้ผู้เข้าร่วมการทดลองที่เป็นโรคพาร์กินสันจำนวน 805 ราย ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและประวัติการเจ็บป่วยต่าง ๆ รวมทั้งเก็บข้อมูลการบริโภคของผู้ป่วยตั้งแต่ปี 1986 เพื่อนำมาวิเคราะห์ พบว่าผู้เข้าร่วมการทดลองเพศชายที่ได้รับสารฟลาโวนอยด์ในปริมาณสูงเสี่ยงเกิดโรคพาร์กินสันน้อยกว่าผู้ที่รับสารฟลาโวนอยด์ต่ำ คิดเป็นร้อยละ 40 อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจสรุปได้ว่าการรับประทานอาหารที่มีฟลาโวนอยด์สูงอย่างแอปเปิ้ล ชา เบอร์รี่ ไวน์แดง หรือส้ม จะช่วยป้องกันการป่วยเป็นโรคดังกล่าวได้ เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างระดับสารฟลาโวนอยด์ที่ได้รับกับความเสี่ยงการเกิดโรคพาร์กินสันไม่ปรากฏกับผู้เข้าร่วมการทดลองเพศหญิง

อย่างไรก็ดี สารฟลาโวนอยด์อาจไม่ส่งผลต่อระบบประสาทอย่างที่กล่าวอ้างกันมา โดยงานวิจัยอีกชิ้นได้ศึกษาเปรียบเทียบสรรพคุณของสารฟลาโวนอยด์จากแอปเปิ้ลและสารไนเตรทจากผักปวยเล้ง พบว่าแอปเปิ้ลและผักปวยเล้งช่วยเพิ่มระดับไนเตรทที่พบตามน้ำลายหรือปัสสาวะ แต่ไม่ปรากฏผลชี้ชัดว่าสารอาหารจากพืชทั้งสองอย่างบำรุงหรือทำลายกระบวนการการเรียนรู้และอารมณ์ของผู้บริโภค

กินแอปเปิ้ลอย่างไรให้ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย โดยจะรับประทานแอปเปิ้ลทั้งผลหรือดื่มเป็นน้ำแอปเปิ้ลก็ได้ ส่วนสารโพลีฟีนอลจากแอปเปิ้ลอาจปลอดภัยต่อร่างกายในกรณีที่บริโภคหรือใช้ทาผิวในระยะสั้น ที่สำคัญ ควรเลี่ยงรับประทานเมล็ด เนื่องจากเมล็ดแอปเปิ้ลมีไซยาไนด์ซึ่งเป็นยาพิษ หากรับประทานเมล็ดแอปเปิ้ลเข้าไปในปริมาณมาก อาจได้รับไซยาไนด์ที่ปล่อยออกมาในกระเพาะอาหารเมื่อเกิดการย่อย โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมจากสหรัฐอเมริกาได้จัดอันดับแอปเปิ้ลให้เป็นผลไม้ที่ปนเปื้อนสารพิษมากที่สุด ผู้ที่ต้องการรับประทานแอปเปิ้ลจึงควรล้างแอปเปิ้ลให้สะอาดก่อนนำมาบริโภค ทั้งนี้ ผู้ที่ประสบภาวะสุขภาพบางอย่างควรระวังการรับประทานแอปเปิ้ล ดังนี้

สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่ให้นมบุตรรับประทานแอปเปิ้ลได้ แต่ควรเลี่ยงรับประทานแอปเปิ้ลเพื่อหวังผลทางยา เนื่องจากยังไม่ปรากฏข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยในการรับประทานแอปเปิ้ลจำนวนมากสำหรับรักษาปัญหาสุขภาพ
ผู้ที่เกิดอาการแพ้อาหารบางอย่างควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานแอปเปิ้ล เนื่องจากอาจเกิดอาการแพ้ได้ โดยปรึกษาแพทย์ในกรณีที่แพ้แอพปริคอต อัลมอนด์ ลูกพลัม พีช ลูกแพร์ หรือสตรอว์เบอร์รี่-”PG SLOT “
ผู้ป่วยเบาหวานควรสังเกตระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งจำกัดปริมาณการบริโภคแอปเปิ้ลและน้ำแอปเปิ้ล เนื่องจากอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้

คุณประโยชน์ของแอปเปิ้ลแต่ละสี

แอปเปิ้ลก็มีหลากหลายสายพันธุ์ด้วยกัน ซึ่งพบ มากกว่า 7,500 ชนิดเลยทีเดียว โดยแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีรสชาติและลักษณะพิเศษที่แตกต่างกันไปด้วย รวมถึงมีวิธีการนำมาใช้ที่ต่างกันเช่นกัน เช่น นำมาทำเป็นเครื่องดื่ม นำมากินผลสด ประกอบอาหารหรือทำขนมเป็นต้น

  1. แอปเปิ้ลสีเขียว ให้รสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อผลกรอบ มีน้ำตาลน้อยกว่า ให้พลังงานน้อยที่สุดในบรรดาแอปเปิ้ล มีปริมาณไฟเบอร์และวิตามินซีมากกว่าสีอื่นเล็กน้อย ช่วยในเรื่องของการป้องกันไข้หวัด และโรคเลือดออกตามไรฟัน
  2. แอปเปิ้ลสีเหลือง ให้รสชาติดี หวาน หอม นุ่มละมุน สามารถช่วยในเรื่องล้างสารพิษจากตับ ช่วยบำรุงสายตา และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต้อกระจก
  3. แอปเปิ้ลสีชมพู ให้รสชาติหวาน เนื้อไม่กรอบมาก มีวิตามินซีซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันการอักเสบ ลดริ้วรอยแห่งวัย ลดอาการเลือดออกตามไรฟัน ช่วยทำให้ผนังของหลอดเลือดฝอยแข็งแรงมากขึ้น และยังป้องกันโรคมะเร็ง
  4. แอปเปิ้ลสีแดงเข้ม ให้รสชาติหวานมาก เปลือกแอปเปิ้ลสีแดงมีสารแอนโทไซยานินซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ ลดความเครียด ช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็ง และโรคหัวใจ

สารอาหารที่ได้จากแอปเปิ้ล

  • มีสารฟลาโวนอยด์ ที่จะทำหน้าที่ในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ดี และพบได้มากในเปลือก แอปเปิ้ล
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านมะเร็ง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งได้ดี และจะให้คุณประโยชน์สูงสุดเมื่อทานทั้งเปลือก
  • ไม่อ้วน เพราะมีพลังงานแค่ 50 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัมเท่านั้น แถมอุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่จะทำให้อิ่มเร็วอีกด้วย- ช่วยบำรุงสายตาเนื่องจากมีสารเบต้าแคโรทีนสูง และสามารถบำรุงหัวใจ ลดความดัน ลดระดับคอเลสเตอรอล รวมถึงสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีอีกด้วย
  • มีส่วนช่วยในการฆ่าเชื้อไวรัสบางชนิด
  • แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมแพร่หลาย เนื้อและเปลือกของแอปเปิ้ลช่วยเพิ่มกากใยในทางเดินอาหาร

สายพันธุ์แอปเปิ้ล ที่คนนิยมรับประทานมากที่สุด

1. เรดดีลิเซียส ( Red Delicious )

สายพันธุ์นี้จะมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าแอปเปิ้ลแดง ซึ่งผลของมันจะเป็นทรงคล้ายกับหัวใจและมีสีแดงสด ทั้งยังมีเนื้อกรอบอร่อย รสชาติอาจหวานไม่มากแต่ก็อร่อยไม่น้อยเลยทีเดียว โดยส่วนใหญ่แอปเปิ้ลชนิดนี้ก็มักจะนำมาใส่ในเมนูสลัดหรือนำมาทานเล่นอีกด้วย อาจเรียกได้ว่าเป็นแอปเปิ้ลที่เหมาะกับการนำมาทานเป็นสลัดและของว่างในช่วงต่างๆ ได้ดีทีเดียว ส่วนแหล่งกำเนิดพบว่า ชุมชนพีรู รัฐไอโอวา และมีต้นกำเนิดไม่ชัดเจน แต่มีระบุว่าพบในสวนของเจสซี่ เฮียทท์ หรือชื่อเดิมคือ ฮอว์กอาย

2. โกลเด้นดีลิเชียส ( Golden Delicious )

แอปเปิ้ล สายพันธุ์นี้จะมีเปลือกเป็นสีเหลืองทอง รสชาติหวานฉ่ำและเนื้อกรอบอร่อย โดยจะหวานกว่าแอปเปิ้ลสายพันธุ์แรกเล็กน้อย โดยจุดเด่นของแอปเปิ้ลชนิดนี้คือ หลังจากหั่นเรียบร้อยแล้ว ผิวแอปเปิ้ลจะยังคงความขาวสวยน่า ทานได้นานกว่าแอปเปิ้ลชนิดอื่นๆ ทั้งยังสามารถนำมาประกอบเมนูต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะสลัดและพวกเมนูของว่าง อย่างเช่น ขนมอบ พาย เป็นต้น ส่วนแหล่งกำเนิด พบว่าเคลย์เค้าน์ที้ รัฐเวสต์เจอร์จิเนีย และต้นกำเนิดของแอปเปิ้ลสายพันธุ์นี้ก็ไม่พบแน่ชัดเช่นกัน

3. ฟูจิ ( Fuji )

เป็น แอปเปิ้ล ที่มีผลค่อนข้างกลม มีเปลือกสีแดงอมส้ม รสชาติของมันจะมีความหวานอร่อยและโดดเด่นกว่าทุกสายพันธุ์ แถมยังมีความกรุบกรอบน่าทานอีกด้วย ซึ่งโดยปกติแล้ว แอปเปิ้ลฟูจิจะนิยมนำมาทานสดๆ หรือเป็นของว่างมากที่สุด รวมถึงนำไปทำเป็นขนม เช่น ซอส ขนมอบและพายเช่นกัน สำหรับแหล่งกำเนิดพบที่ ประเทศญี่ปุ่น และไม่ใช่พันธุ์แท้ แต่เป็นสายพันธุ์ที่ถูกผสมระหว่างแอปเปิ้ลเรดดีลิเชียส และแรลส์เจเน็ตนั่นเอง

4. กาล่า ( Gala )

เป็น แอปเปิ้ล สายพันธุ์ที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์สุดๆ ด้วยลายทางสีชมพู-ส้ม และมีพื้นหลังเป็นสีเหลืองดูสวยแปลกตา แถมยังมีกลิ่นหอมดูน่าเย้ายวนสุดๆ แต่แอปเปิ้ลชนิดนี้จะหวานน้อยกว่าฟูจิ อย่างไรก็ตาม กาล่าก็สามารถนำไปทำสลัด ซอสและพายได้อย่างอร่อยอีกด้วย ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกเลยทีเดียว และนอกจากนี้กาล่าก็เหมาะสำหรับการนำมาทำเครื่องดื่มและขนมอบเช่นกัน ส่วนแหล่งกำเนิด พบได้ที่นิวซีแลนด์ เป็นแอปเปิ้ลที่มีการผสมกันระหว่างสายพันธุ์แอปเปิลคิดส์ออเร้นจ์และโกลเด้นดีลิเซียส

5. ฮันนี่คริปส์ ( Honeycrisp )

สำหรับ แอปเปิ้ล สายพันธุ์นี้ก็กำลังเป็นที่นิยมมากเช่นกัน เพราะมีความโดดเด่นด้วยเปลือกสีแดงสดแต้มด้วยรอยจุดสีเขียวจางๆ แถมมีความกรอบอร่อยและมีรสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ซึ่งก็จะช่วยสร้างความตื่นตัวและทำให้เกิดความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้เป็นอย่างดี และสามารถนำมาใช้ประกอบเมนูต่างๆ ได้อย่างหลากหลายอีกด้วย โดยเฉพาะเมนูสลัด ซอส พาย ขนมอบและเมนูอาหารคาวต่างๆ ส่วนแหล่งกำเนิดพบที่มหาวิทยาลัยแห่งมินนิโซตา มินนีแอโพลิส-เซนต์พอล มินนิโซตา โดยแอปเปิ้ลสายพันธุ์นี้ก็เป็นพันธุ์ที่ผสมระหว่างแอปเปิ้ลคีปสกและแอปเปิลไม่ทราบชนิด

6. แกรนนี่สมิธ ( Granny Smith )

เป็น แอปเปิ้ล สีเขียวซึ่งจะมีเปลือกเป็นสีเขียวอ่อน มีรสชาติเปรี้ยว ไม่หวานเหมือนกับแอปเปิ้ลชนิดอื่นๆ แต่ก็มีความกรอบอร่อยให้ความรู้สึกที่แสนรื่นรมย์และกระตุ้นรสสัมผัสได้ดีเช่นกัน โดยแอปเปิ้ลชนิดนี้ก็เหมาะกับการนำมาใช้ทำ เป็นของหวาน โดยเฉพาะพายที่สุด เพราะมีรสชาติที่เข้ากันได้ดีและน่าทานไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งสูตรอาหารต่างๆ ที่นิยมนำแกรนนี่สมิธมาทำ ได้แก่ ซอส สลัด ขนมอบและเมนูแช่แข็ง โดยแหล่งกำเนิดพบที่ประเทศออสเตรเลียเชื่อว่าน่าจะมาจากเฟรนช์แครบแอปเปิล เนื่องจากปลูกโดยคุณย่าชาวออสเตรเลียมาเรีย แอนน์ สมิธนั่นเอง

7. แบร์เบิร์น ( Braeburn )

แอปเปิ้ล ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวผสมผสานกันอย่างลงตัวและมีสีส้มจนถึงแดงบนพื้นสีเหลือง แถมมีกลิ่นหอมละมุนน่าทานสุดๆ และยังเหมาะกับการนำมาทำเป็นสลัด ขนมอบ ซอสและพาย ซึ่งก็จะให้รสชาติที่อร่อยกลมกล่อมและน่าทานไม่น้อยเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็เหมาะกับการนำมาทำเป็นเมนูเครื่องดื่มหรือแช่แข็งเช่นกัน ส่วนแหล่งกำเนิดพบที่ประเทศนิวซีแลนด์ โดยคาดว่าน่าจะเป็นแอปเปิ้ลพันธุ์ผสมระหว่างเลดี้ฮามิลตันและแกรนนี่สมิธ

8. คริปส์พิ้งค์ ( Cripps Ping )

แอปเปิ้ล ชนิดนี้จะมีเปลือกเป็นสีชมพูสดใส ที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ซึ่งก็ถือเป็นเอกลักษณ์ของแอปเปิลชนิดนี้เลยทีเดียว และยังมีเนื้อนุ่ม กรอบอร่อยอีกด้วย โดยถือเป็นแอปเปิ้ลอีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาทำเป็นของว่างและขนมอบสุดๆ หรือจะทานสดๆ ใส่ในสลัด ซอส พาย ทำเป็นเครื่องดื่ม แช่แข็ง ก็ให้ความอร่อยที่ไม่แพ้กันเลยทีเดียว โดยสำหรับแหล่งกำเนิดพบที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นพันธุ์ที่ผสมระหว่างแอปเปิลสายพันธุ์โกลเด้นดีลิเชียสและเลดี้วิ ลเลียมส์ และนอกจาก 8 สายพันธุ์เด่นๆ เหล่านี้แล้ว แอปเปิ้ลก็ยังมีอีกมากมายหลายพันธุ์ด้วยกัน เช่น พันธุ์ออโรรา ( Aurora ) มีรสชาติหวานและกรุบกรอบ, พันธุ์สวีทแทงโก้ ( SweeTango ) มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอมน่าทานและมีความกรอบอร่อยมาก, พันธุ์ซอนญ่า ( Sonya ) หวานอร่อยและกรุบกรอบสุดๆ, พันธุ์โรม ( Rome ) มีเนื้อนุ่มและมีรสชาติเปรี้ยวแต่มีความละมุนและน่าทานไม่น้อย เป็นต้น

ข้อควรระวังในการรับประทานแอปเปิ้ล

  • ผู้ป่วยเบาหวานควรสังเกตระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งจำกัดปริมาณการบริโภคแอปเปิ้ลและน้ำแอปเปิ้ล เนื่องจากอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้
  • สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่ให้นมบุตรรับประทานแอปเปิ้ลได้ แต่ควรเลี่ยงรับประทานแอปเปิ้ลเพื่อหวังผลทางยา เนื่องจากยังไม่ปรากฏข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยในการรับประทานแอปเปิ้ลจำนวนมากสำหรับรักษาปัญหาสุขภาพ
  • ผู้ที่เกิดอาการแพ้อาหารบางอย่างควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานแอปเปิ้ล เนื่องจากอาจเกิดอาการแพ้ได้ โดยปรึกษาแพทย์ในกรณีที่แพ้แอพปริคอต อัลมอนด์ ลูกพลัม พีช ลูกแพร์ หรือสตรอว์เบอร์รี่
  • สุดท้ายนี้ต้องบอกเลยว่าการกิน แอปเปิ้ล ควรจะกินทั้งเปลือก เพราะให้คุณประโยชน์ที่มากกว่า แต่เนื่องจากแอปเปิ้ลที่ขายในตลาดส่วนใหญ่จะมีการเคลือบให้สีผิวสดใสและคงความสดนานขึ้น ดังนั้นก่อนกินจึงควรล้างแอปเปิ้ลให้สะอาด ก่อน ด้วยการละลายเกลือทะเล 1 ช้อนชาในน้ำสะอาด 1 กะละมัง แล้วนำแอปเปิ้ลลงไปแช่ไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นขัดถูด้วยฟองน้ำให้ทั่ว เท่านี้ก็พร้อมทานได้อย่างปลอดภัย

อ่านบทความน่าสนใจ ถัดไป >> มะเฟือง ประโยชน์ต่อสุขภาพ กับคำแนะนำในการบริโภค

หมายเหตุ : หากต้องการเล่น บาคาร่า บอล หวย มวย ไก่ชน สามารถสมัครได้ที่ UFABET เว็บพนันอันดับ 1 สมัคร ฝาก ถอน ระบบอัตโนมัติ 20 บาทก็สมัครได้

เทคนิค วิธีการเล่น JOKER GAMING ที่จะทำให้คุณ ได้รับโบนัส แจ็คพอต และเงินรางวัลก้อนโต เราพร้อม เผยเคล็ดลับ เหล่านี้ให้กับ ทุกท่าน หากไม่อยากพลาด โอกาสดีๆ ติดตามบทความ เกี่ยวกับ สล็อต ออนไลน์ ของเราได้ที่นี่เท่านั้น

ข้อดีของเกม สล็อตออนไลน์ เข้าใช้งาน ผ่านระบบ ออนไลน์ นอกจาก จะสะดวก รวดเร็วแล้ว ยังมีความ ปลอดภัย ด้วย ทำให้คุณ ไม่ต้องพกเงิน จำนวนมาก เพื่อเดินทางไป คาสิโน จริง ๆ (ต่างประเทศ) และถ้าคุณต้องการ ทำรายการ เติมเครดิต คุณสามารถ ดำเนินการได้ ตลอด 24 ชั่วโมง ตามความสะดวกของคุณได้ทันที เรามีเจ้าหน้าที่คอยบริการคุณตลอด 24 ชั่วโมง

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*